22 ปี สถาปัตยกรรม 'แคนคู่' โดดเด่นคู่เมืองขอนแก่น    (อ่าน 7,189)



22 ปี  สถาปัตยกรรม 'แคนคู่'  โดดเด่นคู่เมืองขอนแก่น

     เปิดแฟ้มประวัติเบื้องหลังการออกแบบโรงแรมอันดับ1ภาคอีสาน ที่ไม่ธรรมดา โดยในวันที่ 1 มีนาคม ที่จะถึงนี้ก็จะครบรอบการก่อตั้ง “โรงแรมพูลแมน ขอนแก่น ราชา ออคิด โรงแรมที่ได้ชื่อว่าเป็น โรงแรมที่ได้มาตรฐานอันดับ1ของภาคอีสาน ที่ก่อสร้างด้วยการนำเอกเอกลักษณ์ความโดดเด่นของภาคอีสานมาเป็นแนวคิดในการออกแบบ ซึ่งนำมาสู่ความภาคภูมิใจของชาวขอนแก่นและภาคอีสาน

“โรงแรมพูลแมน ขอนแก่น ราชา ออคิด” หรือ “โรงแรมโซฟิเทล ราชา ออคิด ขอนแก่น” เดิม ได้เริ่มก่อสร้างในปี พ.ศ. 2536 และแล้วเสร็จเปิดให้บริการครั้งแรก เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2539 และรีแบรนด์เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2551 ซึ่งนับได้ว่าเป็นโรงแรมระดับมาตรฐานสากลแห่งเดียวของภาคตะวันออกเฉียงเหนือในปัจจุบัน
   
ในการริเริ่มโครงการเมื่อปี พ.ศ. 2536 คณะกรรมการบริหารได้พิจารณาเห็นว่า ขอนแก่นเมืองแห่งเสียงแคนดอกคูณ แหล่งผ้าไหมอันเลื่องชื่อ เมืองแห่งอารยธรรมที่เก่าแก่ที่มีโบราณสถานบ่งแสดงถึงความรุ่งเรืองมาแต่ครั้งอดีตได้รับการพัฒนาจากภาครัฐบาลให้เป็นเสมือน “เมืองหลวงแห่งภาคอีสาน” เป็นศูนย์กลางการพัฒนาธุรกิจในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  โดยมีจุดเชื่อมโยงไปยังประเทศต่าง ๆ ในแถบอินโดจีนและประเทศจีน ในอนาคตและรวมทั้งการพัฒนาสนามบินให้เป็นสนามบินพาณิชย์นานาชาติซึ่งจะแล้วเสร็จในอนาคตอันใกล้นี้
  



 
ในขณะเดียวกัน การขยายตัวของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อภาคเศรษฐกิจของประเทศอย่างมาก แต่การขยายตัวดังกล่าวยังไม่ส่งผลมายังภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือเท่าที่ควร ด้วยธุรกิจด้านการท่องเที่ยวของภาคเอกชนส่วนใหญ่ยังขาดมาตรฐานทัดเทียมกับภูมิภาคอื่นๆ ของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจโรงแรม ซึ่งเปรียบเสมือนปัจจัยแรกในการอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวสำหรับธุรกิจโรงแรมของจังหวัดขอนแก่นและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนใหญ่จะเป็นโรงแรมในระดับกลางจนถึงระดับล่าง และส่วนมากเป็นการบริหารงานในรูปแบบของตัวเอง ซึ่งแต่ละแห่งก็แตกต่างกันและบางแห่งก็ขาดมาตรฐานในการดำเนินงานและการให้บริการ  
   
ดังนั้น  คณะกรรมการในนามของ กลุ่มบริษัทราชา กรุ๊ป จังหวัดขอนแก่น จึงได้มีการสร้างโรงแรมโซฟิเทล ราชา ออคิด ขอนแก่น ในแนวคิดหลักที่มุ่งพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของภูมิภาคโดยเน้นถึงเอกลักษณ์ศิลปะพื้นเมืองของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ การสนับสนุนและมีส่วนร่วมต่อสังคมท้องถิ่น โดยการลงทุนสร้างด้วยงบประมาณมากกว่า 2,500 ล้านบาท เพื่อจะให้เป็นโรงแรมที่เชิดหน้าชูตาของภูมิภาค
 
 
โรงแรมพูลแมน ขอนแก่น ราชา ออคิด เป็นอาคารสูง 25 ชั้น ได้รับการออกแบบให้เป็นอาคารทันสมัยที่ประยุกต์ศิลปะเอกลักษณ์พื้นเมืองอย่างกลมกลืน โดยอาคารมีลักษณะคล้ายกับ “แคน” ซึ่งเป็นเครื่องดนตรีเอกลักษณ์ของจังหวัดขอนแก่นสองเต้าตั้งคู่กัน ลายทางขวางของอาคารใช้เป็นแบบของลอน “หมอนขิด” ซึ่งเป็นสินค้าพื้นเมืองที่มีชื่อเสียงมานาน
   
โรงแรมฯ ประกอบไปด้วยห้องพักอันหรูหราและห้องสวีท รวม 293 ห้องพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกตามมาตรฐานสากล โดยเฉพาะห้อง “รอยัล สวีท” เป็นห้องชุดขนานใหญ่มีพื้นที่ใช้สอย 600 ตร.ม. อยู่ชั้นบนสุดของตัวอาคาร (ชั้น 21 และ 22) ใช้งบประมาณ 25 ล้านบาทในการตกแต่งภายในให้เป็นลักษณะเพ้นท์เฮ้าส์ (Penthouse) ภายในห้องจะประกอบไปด้วย ห้องนอนขนาดใหญ่ 5 ห้องนอน 9 ห้องน้ำ และสิ่งอำนวยความสะดวก ดังนี้
 
ชั้นบน มีห้องนอน 4 ห้องนอน และห้องสมุด ห้องเอื้องบายศรี (Master Bedroom) เป็นห้องนอนที่ใหญ่ที่สุดซึ่งจะติดต่อกับชั้นล่างโดยใช้บันไดหรือลิฟต์ก็ได้ การเข้าออกห้องนอนใหญ่สามารถเข้าออกได้ 2 ทางเพื่อความเป็นส่วนตัวของผู้พัก โดยจะผ่านเข้าทางระเบียงส่วนตัวหรือเดินผ่านห้องนอนอีก 3 ห้องก็ได้ ภายในห้องจะมีการตกแต่งทั้งเตียงและพรมต่างไปจากห้องอื่น ๆ และมีอ่างอาบน้ำแบบจากุซชี่ ห้องนอนอีก 3 ห้องชื่อ เอื้องเงิน เอื้องนาง เอื้องโมก จะมีขนาดเท่ากับห้องเดอลักซ์ สวีท ห้องสมุดซึ่งแยกเป็นส่วนสัดจากห้องพักหากต้องการทำงานเป็นส่วนตัว
 
ชั้นล่าง มีห้องนอน 1 ห้องนอนชื่อเอื้องคำ ห้องรับแขกขนาดใหญ่พร้อมเปียโน ห้องอาหาร บาร์เครื่องดื่ม ห้องออกกำลังกาย ห้องเกมและสนุกเกอร์ ห้องอบซาวน่า ห้องทำผม สระว่ายน้ำปรับอุณหภูมิได้ ลานออกกำลังกาย ลานจอดดเฮลิคอปเตอร์ และลิฟต์ส่วนตัว นอกจากนี้ ทางโรงแรมฯ ยังจัดบริกรส่วนตัว (Butler) ให้บริการแก่ผู้เข้าพักตลอด 24 ชั่วโมงและตลอดการเข้าพักเพื่อความปลอดภัย ในด้านความปลอดภัยมีเครื่องตรวจควันและเครื่องพ่นน้ำดับเพลิงทุก ๆ 3 ตารางเมตร
 
โรงแรมพูลแมน ขอนแก่น ราชา ออคิด  ถูกออกแบบเพื่อผสมผสานกันระหว่างศิลปวัฒนธรรมและความเป็นสากลซึ่งสามารถพบศิลปกรรมต่าง ๆ ทั่วทั้งโรงแรมฯ ศิลปกรรมภายในโรงแรมฯ ได้รับการออกแบบจากศิลปินที่มีชื่อเสียงและได้รับการยอมรับมากที่สุดในประเทศไทย ดังนี้
อ. ธนะ เลาหกัยกุล
อ. อิทธิพล ตั้งโฉลก
อ. ปรีชา เถาทอง
อ. พิษณุ ศุภนิมิตร
อ. นพพงษ์ สัจจวิโส
 
    
บริเวณที่สามารถพบศิลปกรรมต่าง ๆ แบ่งออกเป็นดังนี้  กลุ่มงานศิลปกรรมขนาดใหญ่ บริเวณล็อบบี้ ห้องประชุมเล็ก  กลุ่มงานศิลปกรรมขนาดกลาง บริเวณห้องออคิดบอลรูม  กลุ่มงานศิลปกรรมขนาดเล็ก ห้องรอยัล สวีท และกลุ่มงานจิตรกรรม ภาพพิมพ์ เทคนิคผสม บริเวณห้องสุพีเรียร์  เดอลักซ์ เดอลักซ์ สวีท และ เอ็กเซคคูทีฟ สวีท
 
แนวคิดหลักในการออกแบบงานจิตรกรรม-ภาพพิมพ์
ใช้ความหมายและรูปแบบทางศิลปวัฒนธรรมของกลุ่มอีสานเหนือเป็นจุดหมายเบื้องต้นในการออกแบบเพื่อต้องการสะท้อนให้เห็นถึงรูปแบบและการดำเนินชีวิตวัฒนธรรมอีสานตอนเหนือ รูปทรงและความหมายในการออกแบบนำเอาแนวความคิดหลักรวมกันในการออกแบบรูปทรงสถาปัตยกรรมและการตกแต่งภายในประสานสัมพันธ์กับรูปทรงและความหมายในศิลปกรรม
 
เนื้อหาที่เป็นแนวคิดหลักของการออกแบบได้แนวคิดเบื้องต้นมาจากการต้อนรับ การละเล่น ดนตรีและการแต่งกายรูปแบบของสื่อทางรูปทรงในการสร้างสรรค์ได้รับจากเครื่องดนตรีแคน โปงลาง เชี่ยนหมาก ถาดอาหาร หมอน เครื่องแต่งกายลวดลายผ้า
  
พานบายศรี  บายศรีเป็นรูปแบบและวัฒนธรรมการต้อนรับของชาวอีสานที่มีลักษณะเฉพาะตัวมีความหมายที่เป็นมงคลแก่ผู้มาเยือนมาพบเห็น บายศรีจึงเป็นสัญลักษณ์ของมิตรภาพ บายศรีเป็นรูปทรงสัญลักษณ์ในทางศิลปกรรมที่มีความสง่างาม มีการจัดวางจังหวะกับใบตองเป็นชั้น ๆ ลดหลั่นจากฐานสู่ยอด รูปทรงมีลักษณะซ้ำแต่ในขนาดทิศทางกับดูแล้วไม่ซ้ำคล้าย ๆ บุคลิกภาพของของดนตรีไทยที่มาของวัสดุและเทคนิค
 
สระ เป็นตัวแทนถึงรากฐานของศิลปวัฒนธรรมอีสานมีความหมายถึงความอุดมสมบูรณ์ ภายในสระจะแสดงให้ถึงรากฐานวัฒนธรรมโดยใช้หินแกรนิต หินราบ และศิลาแลง เป็นสื่อในการแสดงออกที่อยู่ ล้อมรอบฐานของบายศรี วัสดุที่นำมาใช้จะใช้หินแกรนิต หินทราบและศิลาแลง ปูที่พื้นสระในตำแหน่งที่สูงต่ำสลับกันไปมามีการเน้นน้ำหนักสีของหินเป็นลักษณะคล้ายดาวกระจายจากฐานของบายศรี ฐานบายศรีจะทำด้วยหินทราย พานที่ตั้งของบายศรีจะเป็นพานมุก (ลวดลายมุกจะเป็นลายเขียนสีบ้านเชียงหรือภารพเขียนก่อนประวัติศาสตร์ไทย) วัสดุชั้นบายศรีจะใช้โลหะตั้งแต่ชั้น 1 นาค ชั้น 2 ทอง ชั้น 3 เงิน และ ชั้น 4 คริสตัล
 
###
 
       







13 กุมภาพันธ์ 61 14:08:49




Copyright © 2018 KhonKaenLink.info / All rights reserved.