ตร.ภาค 4 รวบแก๊งค์แฮกเฟซบุ๊กหลอกโอนเงิน มูลค่าความเสียหาย 14.7 ล้านบาท   


    เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่  19 พ.ค. ที่ บช.ภ.4 พล.ต.ท.เจริญวิทย์  ศรีวนิชย์ ผบช.ภ.4  ร่วมด้วย พล.ต.ต.ยรรยง  เวชโอสถ รอง ผบช.ภ.4  พล.ต.ต.มาโนชย์  สุภาพพูล ผบก.สส.ภ.4  พล.ต.ต.อรรคพงศ์  พิมลศรี ผบก.ภ.จว.มุกดาหาร  พ.ต.อ.ณัฐนนท์   ประชุม รอง ผบก.สส.ภ.4  และเจ้าหน้าที่ตตำรวจ กก.สืบสวน 3 บก.สส.ภ. 4 ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมผู้ต้องหา “แก๊งค์ Hack Facebook หลอกโอนเงิน”


 
    ซึ่งมีผู้ต้องหา 1. นายกนกพล  ชนะสัตย์ อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่  187/ 5 หมู่ 2 ต.อ่าวลึกใต้ อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดมุกดาหาร ที่ 63/2563 ลงวันที่ 14 พ.ค. 2563 2.นายเอกลักษณ์ ชนะสัตย์  อายุ 22  ปี น้องชายนายกนกพล  ชนะสัตย์  ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดมุกดาหาร ที่ 65/ 2563 ลงวันที่ 14 พ.ค. 2563 3.นายพีรพรรษ  รักศักดิ์เสถียร อายุ 21 ปี อยู่บ้านเลขที่ 305/ 1 ถ.ราชดำเนิน ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดมุกดาหาร ที่ 64/ 2563 ลงวันที่ 14 พ.ค. 2563 
 
    โดยกล่าวหาว่า “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นคนอื่นโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมด หรือบางส่วน หรือ ข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประกาศที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชนและผู้อื่น 

    พล.ต.ท.เจริญวิทย์  ศรีวนิชย์  ผบช.ภ.4  กล่าวว่า สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 1 พ.ค.ที่ผ่านมา น.ส.อาภัสสร กลางประพันธ์ อายุ 36 ปี  น.ส.ณัฏฐ์ภิญญา  คำปาน อายุ 25 ปี  น.ส.พรทิพย์ จันทรโคตร อายุ 68 ปี ราษฎร อ.เมือง จ.มุกดาหาร ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร ว่า  ได้มีผู้ใช้เฟซบุ๊ค ชื่อ “Klinjun Ramangkool” ซึ่งผู้แจ้งรู้จักดี เนื่องจากเป็นเพื่อนในเฟซบุ๊คแซทมาขอยืมเงิน 5 หมื่นบาท ชื่อบัญชี นางแสงไว พรหมรักษ์ ผู้แจ้งโอนเงินจำนวนดังกล่าวไปยังบัญชีนางแสงไว เมื่อโอนเงินแล้วจึงได้โทรศัพท์สอบถามเจ้าของเฟซบุ๊คดังกล่าว ปรากฏว่าไม่ได้เป็นคนโพสเพื่อขอยืมเงินแต่อย่างใด จึงเชื่อว่าน่าจะถูกแฮกเฟซบุ๊คดังกล่าวเพื่อหลอกยืมเงิน
  
    หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สืบสวน 3 บก.สส.ภ.4 ได้ทำการสืบสวนจนทราบว่าผู้ต้องหาที่ปลอมเฟซบุ๊กมาหลอกโอนเงิน คือ นายเอกลักษณ์ ชนะสัตย์ พร้อมพี่ชาย  และเพื่อน ที่มีพฤติกรรมจะค้นหาเบอร์โทรศัพท์จากกลูเกิ้ลแล้วนำเบอร์โทรศัพท์ไปล็อคอินที่หน้าเฟซบุ๊ค โดยรหัสผ่านจะสุ่มจากหมายเลขโทรศัพท์ จากนั้นเมื่อเข้าบัญชีเฟซบุ๊คของผู้เสียหายได้แล้ว ก็แซทไปหลอกเพื่อนในเฟซบุ๊คของผู้เสียหาย โดยแสดงตนว่าเป็นผู้เสียหายขอยืมเงิน โดยให้โอนเงินเข้าบัญชีธนาคารที่ นายเอกลักษณ์  ได้จัดเตรียมบัญชีปลายทางไว้ โดยที่บัญชีปลายทางไม่ทราบว่าเป็นเงินที่ได้จากการกระทำความผิด  จากนั้นเมื่อเงินเข้าบัญชี นายเอกลักษณ์จะแจ้งให้เจ้าของบัญชีถอนเงินสดออกจากบัญชีแล้วนำไปซื้อบัตรเติมเงินสดทรูวอลเล็ท แล้วถ่ายรูปส่งให้นายเอกลักษณ์  จากนั้นจึงได้เติมเงินเข้าบัญชีทรูมันนี่วอลเล็ทที่นายกนกพลพี่ชาย และนายพีรพรรษ โดยทั้งสองคนทำหน้าที่ไปกดเงินถอนจากบัญชีแล้วนำมาแบ่งกัน
  
    พล.ต.ท.เจริญวิทย์  ศรีวนิชย์ ผบช.ภ.4  กล่าวอีกว่า  จากการจับกุมผู้ต้องหาแก๊งแฮกส์เฟสบุ๊คหลอกโอนเงินได้เมื่อวันที่ 18 พ.ค.ที่ผ่านมา ในพื้นที่กรุงเทพฯ และนำผู้ต้องหาทั้ง 3 คน  ส่งให้พนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหารดำเนินคดีตามกฎหมาย และส่งฝากขังที่เรือนจำมุกดาหารไปแล้ว ซึ่งจากการสืบสวนยังทราบว่ามีผู้เสียหายที่ตกเป็นเหยื่อของผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย อีกจำนวนมากอยู่ทุกจังหวัดในประเทศไทย และมีมูลค่าความเสียหายประมาณ 14  ล้านบาท ซึ่งตรวจเงินหมุนเวียนในบัญชีของผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย  ประมาณ 14,700,000 บาท และจากการตรวจสอบประวัติการเข้าไปแฮกเฟซบุ๊คประวัติการทำงานบนบราวน์เซอร์ Chrome ภายในคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คของนายเอกลักษณ์ที่ตรวจยึดเป็นของกลาง พบประวัติการเข้าแฮกเฟซบุ๊ค จำนวน 22,869 ครั้ง  โดยก่อนหน้านี้ นายเอกลักษณ์ยังเคยมีประวัติการกระทำความผิดในลักษณะเดียวกันนี้อีกคดีถูกจับเมื่อเดือนมกราคม 2563 และอยู่ระหว่างประกันตัว  อย่างไรก็ตามหากพี่น้องประชาชนท่านใดถูกคนร้ายแฮกเฟซบุ๊ค หรือสงสัยว่ากลุ่มคนร้ายกลุ่มนี้จะเป็นผู้ก่อเหตุ สามารถแจ้งความร้องทุกข์ได้ที่สถานีตำรวจใกล้บ้านท่านได้ตลอดเวลา.

ก่อสิทธิ์  กองโฉม  /รายงาน







เว็บโฮสติ้ง

เว็บโฮสติ้ง   Cloud Web Hosting   Streaming Server   VPS