ขอนแก่น ญาติแจ้งความเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลรัฐ (มีคลิป)   


ลูกสาวลุงวัย 65 ปี เข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่น เอาผิดเจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาลของรัฐแห่งหนึ่งชกหน้าคนป่วยจนเขียวช้ำขณะเข้ารับการรักษาในห้องฉุกเฉิน เบื้องต้นเจ้าตัวที่ก่อเหตุยอมรับผิดแต่สุดท้ายกลับคำพูดว่าไม่ได้ลงมือทำร้าย ญาติยืนยันเอาผิดให้ถึงที่สุด


(ชมคลิป)

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 5 ธันวาคม 2561 ที่ สภ.เมืองขอนแก่น นางสาว ศรินทิพย์ อิ่มใจ อายุ 45 ปี ลูกบุญธรรมของนายพินันท์ ประเคนทอง อายุ 65 ปี ชาวอ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น ปัจจุบันเสียชีวิตแล้ว พร้อมด้วย นางขวัญใจ เกิดเดช อายุ 76 ปี ภรรยาของนายพินันท์ เข้าแจ้งความกับ ร.ต.อ.ไชยยุทธ จันทร์แปลง สารวัตรสอบสวน สภ.เมืองขอนแก่น ว่าอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทำการสืบสวนสอบสวนเอาผิดตามกฎหมาย กับบุคคลที่เป็นชายคาดว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลรัฐชื่อดังแห่งหนึ่งในจังหวัดขอนแก่น ซึ่งได้ชกใบหน้านายพินันท์ ขณะเข้ารับการรักษาภายในห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลดังกล่าวเมื่อช่วงกลางดึกวันที่ 28 พ.ย.2561 ต่อเนื่องวันที่ 29 พ.ย.2561 ที่ผ่านมา

นางสาวศรินทิพย์ เล่าเหตุการณ์ให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า ตนเองเป็นบุตรบุญธรรมของนายพินันท์ ประเคนทอง อายุ 65 ปี และนางขวัญใจ เกิดเดช อายุ 76 ปี ชาวอ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น โดยช่วงบ่ายวันที่ 27 พฤศจิกายน 2561 ขณะนั้นตนเองอยู่ต่างจังหวัด ซึ่งแม่โทรศัพท์แจ้งว่า พ่อหน้ามืดอยู่ในบ้าน จึงได้ประสานโรงพยาบาล อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น นำรถกู้ชีพไปรับพ่อมาที่รพ.ซึ่งแพทย์และเจ้าหน้าที่ ที่รพ.บ้านไผ่ ทำการตรวจร่างกายในเบื้องต้น แต่ยังไม่แน่ใจว่าเป็นโรคอะไร เพราะเครื่องมือไม่ครบสมบูรณ์ จึงทำการส่งตัวบิดารักษาต่อที่รพ.ขอนแก่น ซึ่งตลอดระยะเวลาที่อยู่รพ.บ้านไผ่ และช่วงการนำส่งตัวผู้ป่วยนั้น ยังสามารถพูดคุยกับแม่ของตนเองได้ตามปกติ มีสติพูดจารู้เรื่องทุกอย่าง และมีการโทรศัพท์พูดคุยติดต่อกันตลอดจนถึงโรงพยาบาลขอนแก่น พอเจ้าหน้าที่มาส่งถึงโรงพยาบาลขอนแก่น ก็นำตัวพ่อขึ้นบนเปลและเข็นเข้าห้องฉุกเฉินทันที โดยให้แม่ของตนนั่งรออยู่นอกห้องฉุกเฉินเพราะเจ้าหน้าที่ไม่อนุญาตให้เข้าไปด้วย สักพักแม่ของตนได้ยินเสียงดังโคลม ก็คิดว่าอาจมีใครตกเตียงแต่ก็ไม่คิดว่าจะเป็นพ่อของตนเอง และก็ไม่ได้สอบถามทางเจ้าหน้าที่เพราะกลัวจะถูกต่อว่า กระทั่งตนเองเดินทางมาถึงโรงพยาบาลและพบกับแม่ แต่สิ่งที่เห็นคือภาพที่เจ้าหน้าที่ทั้งหมอและพยาบาลช่วยทำปั๊มหัวใจพ่ออยู่ และแจ้งตนเองว่าหากทำการปั๊มหัวใจอีกสักพักถ้าไม่ฟื้นคงต้องปล่อย ซึ่งตนเองก็ได้ทำใจไว้ กระทั่งพ่อของตนได้เสียชีวิตลง และได้ทำเอกสารต่างๆเกี่ยวกับการเสียชีวิตจนเสร็จสิ้นและเดินทางกลับบ้านพร้อมแม่



โดยระหว่างทางตนเองนึกขึ้นได้ว่าเห็นบาดแผลที่คิ้วของพ่อมีรอยเย็บ จึงสอบถามกับมารดาว่าเกิดอะไรขึ้น แต่แม่ไม่ทราบว่ารอยเย็บนั้นเป็นเพราะสาเหตุใด เนื่องจากไม่กล้าสอบถามทางเจ้าหน้าที่กลัวว่าจะถูกต่อว่า และแม่ยืนยันว่าขณะนำส่งมาที่ รพ.ขอนแก่น พ่อไม่มีบาดแผลบนใบหน้าใดๆทั้งสิ้น  ตนจึงได้สอบถามไปทางโรงพยาบาลบ้านไผ่ ซึ่งทางโรงพยาบาลบ้านไผ่ยืนยันว่า ขณะที่ไปรับผู้ป่วยจากบ้านกระทั่งนำส่งถึง รพ.ขอนแก่น ผู้ป่วยไม่มีบาดแผลเย็บที่คิ้วแต่อย่างใด ตนเองจึงสอบถามไปทางโรงพยาบาลขอนแก่น ได้คำตอบครั้งแรกว่า ผู้ป่วยหกล้มในห้อง หัวไปฟาดกับของแข็ง ตนเองจึงติดใจว่าทำไมเกิดเหตุการณ์เช่นนี้จึงไม่แจ้งกับญาติผู้ป่วย ต่อมาเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลโทรกลับมาบอกอีกครั้งว่า ผู้ป่วยพลัดตกเตียง ตนจึงถามกลับว่าทำไมทีแรกถึงบอกว่าหกล้ม โดยเจ้าหน้าที่แจ้งว่า เป็นเพราะพยาบาลเห็นใบลงความเห็นของแพทย์วาดภาพบาดแผลที่เกิดขึ้น จึงคิดเองว่าเป็นเพราะหกล้ม 

พอได้ยินเช่นนี้ตนเองจึงติดใจขอดูกล้องวงจรปิด แต่พอดูกล้องวงจรปิดกลับพบว่า บิดาของตนเองพลัดตกเตียงจริง ซึ่งข้างเตียงไม่มีการนำราวเหล็กขึ้นมากั้นเอาไว้ซึ่งเป็นความประมาทเลินเล่ออย่างชัดเจน นอกจากนี้ยังพบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในกล้องวงจรปิดอีกอย่างคือ หลังจากที่พ่อตนเองพลัดตกเตียงไปแล้ว ทางเจ้าหน้าที่ก็นำตัวออกจากห้องฉุกเฉินไปโดยเจ้าหน้าที่ระบุว่า พาไปเอ็กซเรย์สมอง ก่อนจะนำตัวกลับมา โดยได้มัดแขนของพ่อตนไว้กับราวเหล็กข้างเตียงด้วย นอกจากนี้ยังมีชายคนหนึ่งซึ่งต้องเป็นเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาล เดินมาหาพ่อตนที่เตียง ก่อนจะลงทำบางสิ่งบางอย่าง ซึ่งลักษณะเหมือนกับการชกเข้าที่ใบหน้าของพ่อตนเอง ก่อนจะบังคับให้พ่อตนเองนอนลง พร้อมกับชี้นิ้วไปที่หน้าและพูดบางสิ่งบางอย่าง ซึ่งตนคาดว่าจะเป็นการด่าทอพ่อของตนเอง จึงได้พูดคุยกับทางโรงพยาบาล ซึ่งเจ้าหน้าที่ระดับสูงที่มาร่วมพูดคุยได้เจรจาขอร้องกับทางญาติว่า อย่าเอาเรื่อง อย่าแจ้งความเด็ดขาด และห้ามบันทึกภาพในคลิปด้วย เพราะทางโรงพยาบาลจะจัดการกับคนก่อเหตุเอง

นางสาวศรินทิพย์   ยังเปิดเผยอีกว่า หลังจากบำเพ็ญกุศลศพพ่อเรียบร้อย ก็มีโทรศัพท์จากเจ้าหน้าที่ รพ.ศูนย์ซึ่งเป็นระดับหัวหน้า โทรศัพท์ไปบอกว่า เรื่องการทำร้ายร่างกายนั้น คนก่อเหตุยอมรับว่าได้ทำร้ายร่างกายพ่อจริงและเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น ฝากขอโทษญาติๆด้วย  และในช่วงกลางคืนวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่คนเดิมก็โทรศัพท์มาหาอีก แต่ครั้งนี้บอกว่า อย่าเอาเรื่องนี้ไปแจ้งความ เพราะไม่มีใครทำร้ายคุณพ่อ คุณพ่อ ตกเตียงเอง ทางผู้บริหารขอโทษกับสิ่งที่เกิดความเข้าใจผิดขึ้น และอยากพบกับญาติๆ ในวันศุกร์ที่ 7 ธันวาคม ที่จะถึงนี้ ที่รพ.ศูนย์ขอนแก่น จึงได้มีการพูดคุยกันในกลุ่มญาติพี่น้อง  เกรงว่าเรื่องที่เกิดขึ้นจะเป็นเพียงแค่ลมปาก ส่วนคนที่ลงมือทำร้ายพ่อก็ยังลอยนวล จึงเข้าแจ้งความให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำการสืบสวนสอบสวน เอาตัวผู้ชายที่ทำร้ายร่างกายพ่อมาดำเนินคดีตามกฎหมาย และจะเข้าพบผู้บริหาร รพ.ศูนย์ขอนแก่น ตามคำเชิญ เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นอยากให้ผู้บริการแก้ไข เพราะถือเป็นการกระทำที่ไม่ดีต่อผู้ป่วยและประชาชนที่เข้ามารับการรักษาใน รพ.ของรัฐ หากไม่มีการแก้ไขเชื่อว่าต้องเกิดเหตุขึ้นกับคนอื่นๆอีก

ต่อมาผู้สื่อข่าวจึงได้สอบถามไปยัง นพ.ชาญชัย จันทร์วรชัยกุล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลขอนแก่น ถึงกรณีดังกล่าว  ทราบว่า ทางรพ.ไม่ได้นิ่งนอนใจ พอทราบเรื่องก็มีการประสานกับญาติ และพูดคุยกันมาโดยตลอด และมีการดูกล้องวงจรปิดด้วยกันมาแล้ว แต่ดูผ่านจอขนาดเล็ก ซึ่งในขณะนั้นดูเหมือนว่า เจ้าหน้าที่ทำร้ายคนป่วยจริง แต่เพื่อความเป็นธรรมกับทุกๆคน ทั้งญาติคนตายและเจ้าหน้าที่ที่ถูกกล่าวหาจึงได้ดูคลิปดังกล่าวจากจอขนาดใหญ่ ปรากฏภาพที่ชัดเจนกว่าภาพที่เห็นในจอขนาดเล็กว่า เจ้าหน้าที่ไม่ได้ทำร้ายคนป่วย และเพื่อความเป็นธรรม ชัดเจน คลายข้อข้องใจของญาติ จึงตรวจสอบกล้องวงจรปิดด้วยจอขนาดใหญ่พบว่า เจ้าหน้าที่พยาบาลชาย รายดังกล่าว ไม่ได้ทำร้าย หรือชกใบหน้าของคนป่วย แต่ได้ยื่นมือไปดึงมือคนป่วยออก เพราะคนป่วยจะดึงผ้าปิดแผลออกจากคิ้วข้างซ้าย ซึ่งกรณีที่มีการเข้าใจผิดเช่นนี้ เกิดขึ้นได้เสมอ แต่ในฐานะผู้บริหาร หากเจ้าหน้าที่ทำผิดจริงก็จะต้องดำเนินการเอาผิดตามระเบียบ และเพื่อความเป็นธรรมและกระจ่างในความสงสัยที่ค้างคาในใจของญาติผู้ป่วย จึงได้ประสานให้ญาติมาดูกล้องวงจรปิดจากจอขนาดใหญ่พร้อมด้วยคนกลาง ซึ่งอาจจะเป็นทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจและสื่อมวลชน ในวันที่ญาติๆผู้ป่วยพร้อม โดยที่โรงพยาบาลยินดีและมีความพร้อมในการที่จะให้ดูคลิปจากกล้องวงจรปิดทุกเมื่อ ส่วนการที่ญาติเข้าแจ้งความนั้น สามารถทำได้ และเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้มาดูคลิป ซึ่งเมื่อดูคลิปเชื่อว่าทุกฝ่ายจะพบความชัดเจนของเรื่องดังกล่าวทั้งหมด เพราผู้ป่วยรายนี้ป่วยเป็นเนื้องอกในสมอง จะมีอาการกดทับเส้นประสาท ทำให้หน้ามืดบ่อย จนพลัดตกเตียง ซึ่งในกรณีคนป่วยตกเตียงก็ถือเป็นความบกพร่องที่เจ้าหน้าที่ ดูแลไม่ทั่วถึง ในจุดนี้ รพ.ต้องขอโทษญาติผู้ป่วยด้วย








6 ธันวาคม 61 11:03:48




Copyright © 2018 KhonKaenLink.info / All rights reserved.